ภาษีเงินได้ไทยเริ่มเก็บเมื่อไหร่? ย้อนรอยจากส่วยอากรสู่ระบบภาษีสมัยใหม่

6

เวลาพูดถึงการเสียภาษี คนส่วนใหญ่มักนึกถึงการยื่นแบบทุกต้นปีมากกว่าจะนึกถึงที่มา แต่ถ้าย้อนถามว่า ประวัติภาษีเงินได้ไทย เริ่มต้นเมื่อใด คำตอบไม่ได้สั้นแค่ว่า “มีมานานแล้ว” เพราะภาษีชนิดนี้ผูกอยู่กับพัฒนาการของรัฐไทยโดยตรง ตั้งแต่ยุคที่รัฐเก็บรายได้จากส่วย อากร และแรงงานไพร่ ไปจนถึงวันที่รายได้ของประชาชนกลายเป็นฐานภาษีอย่างเป็นระบบ

ภาษีเงินได้ไทยเริ่มเก็บเมื่อไหร่? ย้อนรอยจากส่วยอากรสู่ระบบภาษีสมัยใหม่

หากตอบแบบสั้นที่สุด ไทยเริ่มจัดเก็บภาษีเงินได้ในความหมายแบบสมัยใหม่อย่างเป็นทางการภายใต้ ประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของระบบภาษีไทย แต่กว่าจะมาถึงวันนั้น ประเทศต้องผ่านการปฏิรูประบบการคลัง การรวมศูนย์อำนาจ และการนิยามความสัมพันธ์ใหม่ระหว่างรัฐกับประชาชนเสียก่อน

ก่อนจะมีภาษีเงินได้ รัฐไทยหารายได้จากอะไร

ในสังคมไทยดั้งเดิม รัฐไม่ได้มอง “รายได้ส่วนบุคคล” เป็นฐานภาษีแบบที่เราคุ้นในปัจจุบัน รายได้ของแผ่นดินมาจากการเก็บผลประโยชน์หลายรูปแบบที่ผูกกับฐานะ บุคคล อาชีพ และการค้าขายมากกว่า นั่นสะท้อนว่าเศรษฐกิจสมัยก่อนยังไม่ได้มีระบบเงินเดือนหรือรายได้ที่ตรวจสอบได้ชัดเจนเหมือนโลกสมัยใหม่

  • ส่วย คือของหรือเงินที่ส่งให้รัฐตามหัวเมืองหรือฐานะหน้าที่
  • อากร คือภาษีหรือค่าผลประโยชน์จากการประกอบกิจการบางประเภท
  • จังกอบ คือค่าผ่านด่านหรือภาษีที่เกี่ยวกับการค้าขายและการขนส่ง
  • รัชชูปการ คือเงินที่มาแทนการเกณฑ์แรงงานไพร่ในช่วงปฏิรูปสมัยรัชกาลที่ 5

เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่ารัฐไทยเก็บภาษีมานานหรือยัง คำตอบคือเก็บมานานมาก แต่ถ้าถามเฉพาะ “ภาษีเงินได้” คำตอบต้องเจาะจงกว่านั้นว่า เป็นผลผลิตของรัฐสมัยใหม่ ไม่ใช่ภาษีแบบดั้งเดิม

จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อรัฐเริ่มมองรายได้ของประชาชนอย่างเป็นระบบ

การปฏิรูปในสมัยรัชกาลที่ 5 คือฐานรากที่สำคัญมาก เพราะเป็นช่วงที่สยามเริ่มสร้างระบบราชการ การคลัง และกฎหมายแบบรวมศูนย์มากขึ้น รายได้แผ่นดินจึงค่อย ๆ ขยับจากระบบเก็บผลประโยชน์กระจัดกระจายไปสู่ระบบภาษีที่รัฐควบคุมเองมากขึ้น

อีกหมุดหมายที่ควรจำคือการจัดตั้ง กรมสรรพากร ในปี พ.ศ. 2458 ตามข้อมูลประวัติหน่วยงานของกรมสรรพากร นี่ไม่ได้แปลว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเกิดขึ้นทันที แต่สะท้อนชัดว่ารัฐกำลังสร้างเครื่องมือเพื่อบริหารรายได้ภาษีอย่างเป็นทางการและเป็นมาตรฐานมากขึ้น

จากนั้น เมื่อเศรษฐกิจเมืองขยายตัว อาชีพรับเงินเดือนมีมากขึ้น และรัฐต้องการรายได้ที่มั่นคงกว่าเดิม ระบบภาษีที่ผูกกับ “เงินได้” จึงเริ่มมีความจำเป็นจริง ไม่ใช่แค่ทางทฤษฎี

แล้วไทยเริ่มเก็บภาษีเงินได้เมื่อไหร่กันแน่

คำตอบที่นักประวัติศาสตร์การคลังมักใช้อ้างอิงคือ ไทยเริ่มเก็บภาษีเงินได้ในรูปแบบสมัยใหม่อย่างเป็นระบบภายใต้ ประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 ซึ่งประกาศใช้ในปลายทศวรรษ 2480 และกลายเป็นฐานกฎหมายสำคัญของการจัดเก็บภาษีมาจนถึงปัจจุบัน

ความสำคัญของประมวลรัษฎากรไม่ได้อยู่แค่การ “เริ่มเก็บ” แต่คือการทำให้ภาษีเงินได้มีนิยามชัดเจน มีประเภทของเงินได้ มีหลักเกณฑ์การประเมิน มีอำนาจจัดเก็บ และมีโครงสร้างกฎหมายที่ใช้งานได้จริงทั่วประเทศ พูดอีกอย่างคือ จากเดิมที่รัฐเก็บเงินจากคนตามสถานะหรือกิจการเฉพาะหน้า ก็เปลี่ยนมาเป็นการมองรายได้ของบุคคลและนิติบุคคลอย่างเป็นระบบ

ทำไมช่วงนั้นจึงต้องมีภาษีเงินได้

เหตุผลสำคัญมีหลายด้าน และแต่ละด้านล้วนเกี่ยวกับการก่อรูปของรัฐสมัยใหม่

  • รัฐต้องการรายได้ประจำที่คาดการณ์ได้มากขึ้น
  • เศรษฐกิจเงินสดและระบบเงินเดือนเริ่มแพร่หลาย
  • การบริหารราชการสมัยใหม่ต้องใช้กฎหมายภาษีที่ชัดเจน
  • แนวคิดเรื่องความเป็นธรรมทางภาษีเริ่มมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะหลักว่า “ผู้มีรายได้มากควรรับภาระมากกว่า”

นี่จึงเป็นเหตุผลที่เมื่อถามว่า ประวัติภาษีเงินได้ไทย เก็บมาตั้งแต่เมื่อไหร่ คำตอบที่ตรงที่สุดคือเริ่มชัดเจนในยุคประมวลรัษฎากร ไม่ใช่ตั้งแต่สมัยส่วยอากร แม้ทั้งสองอย่างจะอยู่ในสายพัฒนาการเดียวกันก็ตาม

จากภาษีของคนบางกลุ่ม สู่ภาษีของคนทำงานทั้งประเทศ

หลังเริ่มใช้กฎหมายภาษีเงินได้ ระบบก็ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ค่อย ๆ ปรับตามโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ยิ่งสังคมไทยมีชนชั้นกลางมากขึ้น ภาคเอกชนขยายตัว และการจ้างงานเป็นเงินเดือนกลายเป็นเรื่องปกติ ภาษีเงินได้ก็ยิ่งกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

  • ยุคแรก เน้นวางฐานกฎหมายและขยายอำนาจจัดเก็บของรัฐ
  • ยุคหลังสงคราม ปรับระบบให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจที่ซับซ้อนขึ้น
  • ยุคอุตสาหกรรม การหักภาษี ณ ที่จ่ายและการยื่นแบบเป็นระบบมากขึ้น
  • ยุคดิจิทัล การยื่นแบบออนไลน์ทำให้ประชาชนเข้าถึงระบบภาษีง่ายกว่าเดิม

ปัจจุบัน ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของไทยใช้อัตราก้าวหน้า โดยข้อมูลของกรมสรรพากรระบุว่าอัตราอยู่ในช่วง 5% ถึง 35% ตามฐานรายได้สุทธิ หลักคิดนี้สะท้อนชัดว่าภาษีเงินได้ไม่ใช่แค่เครื่องมือหาเงินเข้ารัฐ แต่เป็นเครื่องมือจัดความสัมพันธ์เรื่องความรับผิดชอบร่วมกันในสังคมด้วย

สิ่งที่ประวัติศาสตร์ภาษีบอกเรา มากกว่าเรื่องตัวเลข

ประวัติศาสตร์เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่มันไม่ใช่เรื่องบัญชีอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของอำนาจ ความเป็นรัฐ และความเป็นพลเมือง ทุกครั้งที่รัฐเปลี่ยนวิธีเก็บภาษี นั่นหมายความว่ารัฐกำลังเปลี่ยนวิธีมองประชาชนด้วย จากผู้ที่ถูกเกณฑ์แรงงานหรือส่งส่วย กลายเป็นผู้มีรายได้ที่ต้องมีส่วนร่วมกับงบประมาณของประเทศ

ดังนั้น หากจะตอบคำถามสั้น ๆ ว่าไทยเก็บภาษีเงินได้มาตั้งแต่เมื่อไหร่ คำตอบคือ เริ่มอย่างเป็นระบบในสมัยประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481 ส่วนรากของมันต้องย้อนไปไกลถึงการปฏิรูปการคลังในสมัยรัชกาลที่ 5 และการจัดตั้งกรมสรรพากรใน พ.ศ. 2458

สรุป

เรื่องภาษีอาจฟังดูห่างตัว แต่พอมองผ่านประวัติศาสตร์จะเห็นชัดว่า มันคือภาพย่อของการเปลี่ยนผ่านจากรัฐแบบเก่าไปสู่รัฐสมัยใหม่ทั้งระบบ และนั่นทำให้คำถามเรื่องภาษีไม่เคยเป็นแค่เรื่องเงินอย่างเดียว หากวันหนึ่งเราอยากเข้าใจว่าประเทศนี้เติบโตมาอย่างไร บางทีการมองย้อนผ่านเส้นทางของภาษี อาจทำให้เห็นอะไรได้มากกว่าที่คิด

แหล่งอ้างอิงหลัก: กรมสรรพากร, ประวัติหน่วยงาน; ประมวลรัษฎากร พ.ศ. 2481; ข้อมูลอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกรมสรรพากร